Job Specification
– อายุ 35-45 ปี
– มีทักษะในการสื่อสารภาษาอังกฤษดีเยี่ยมในเชิงการเจรจาธุรกิจ และการพรีเซนต์
– วุฒิปริญญาตรีหรือปริญญาโท ในสาขาบริหารธุรกิจ, การตลาด, การจัดการระหว่างประเทศ, เศรษฐศาสตร์ หรือสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
– มีประสบการณ์อย่างน้อย 8-10 ปีขึ้นไปในสายงานบริหารงานขาย การตลาด หรือการพัฒนาธุรกิจในธุรกิจรีเทล (Retail) โดยต้องมีประสบการณ์ในระดับผู้บริหารหรือผู้อำนวยการ (Director / Executive Level) อย่างน้อย 3-5 ปี
– มีความสามารถสูงในการเปลี่ยนข้อมูลตัวเลข ดัชนีชี้วัดทางการตลาด และแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภค ให้กลายเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ทำเงินได้จริง
– มีทักษะการนำเสนอและการสื่อสารในระดับดีเยี่ยม สามารถเข้าหา เจรจาต่อรองเงื่อนไขทางการค้าที่ซับซ้อน และปิดดีลธุรกิจกับผู้บริหารระดับสูง (C-Level) ของคู่ค้าได้อย่างมืออาชีพ
– มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับโครงสร้างต้นทุน กำไรขั้นต้น (Gross Margin) งบ P&L การพยากรณ์ยอดขาย (Sales Forecasting) และการบริหารจัดการคลังสินค้า
– มีความยืดหยุ่นและมีทักษะการเป็นผู้นำที่สูง สามารถบริหารและประสานความร่วมมือระหว่างทีมงานที่มีความหลากหลาย (ตั้งแต่ทีมคอนเทนต์สายครีเอทีฟ ช่างเทคนิคซาลอน ไปจนถึงนักการตลาดสายตัวเลขหลังบ้าน) ให้มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันได้
– มีไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า มีความคล่องตัวสูงต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและอัลกอริทึม สามารถ บริหารงานหลายโครงการพร้อมกันและทนรับแรงกดดันจากเป้าหมายธุรกิจขององค์กรได้ด
– เป็นพนักงานเดิมของบริษัทในเครือ Elca , Este Lauder หรือ L’oreal
Job Descriptions
1. การกำหนดกลยุทธ์พาณิชย์และการเติบโตของธุรกิจ (Commercial Strategy & Omnichannel Growth)
– วางแผนและบูรณาการกลยุทธ์งานขายและการตลาดในทุกช่องทาง (Omnichannel) เพื่อผลักดันให้ยอดขายรวม (Gross Revenue) และอัตรากำไรสุทธิ (Profit Margin) บรรลุตามเป้าหมายประจำปีของบริษัท
– กำหนดโครงสร้างราคา (Pricing Strategy) นโยบายค่า GP ส่วนลด และเงื่อนไขทางการค้าของทุกช่องทางจัดจำหน่ายเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและรักษาผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท
– แสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ค้นหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partnerships) และขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ
2. การบริหารจัดการและขับเคลื่อนงานขายทุกช่องทาง (Sales & Operations Management)
– ช่องทาง B2B, โรงแรม และสปา (Hospitality & Cabin Size): ควบคุมดูแลและผลักดันทีมขาย Key Account ในการเจรจาข้อตกลงและขยายพันธมิตรกับกลุ่มโรงแรมรีสอร์ตหรู สปาระดับพรีเมียม และเครือข่ายร้านยาชั้นนำ โดยเน้นการขายทั้งผลิตภัณฑ์ค้าปลีก (Retail Size) และผลิตภัณฑ์สปาไซส์ (Cabin Size) สำหรับใช้ในทรีตเมนต์
– ช่องทางออนไลน์และอีคอมเมิร์ซ (E-commerce & Digital Commerce): กำกับดูแลกลยุทธ์การขายบนแพลตฟอร์ม Marketplace (Shopee, Lazada, TikTok Shop), Line Shopping และ Official Website เพื่อสร้างยอดขายเชิงพาณิชย์ (GMV) และเพิ่มอัตราการตัดสินใจซื้อ (Conversion Rate)
– ช่องทางหน้าร้านค้าปลีก (Retail Stores & Salon): ควบคุมดูแลและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของสาขาหน้าร้าน มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ลูกค้าระดับพรีเมียม มาตรฐานการบริการ และการบริหารจัดการคลังสินค้าที่มีประสิทธิภาพ
3. การบริหารกลยุทธ์การตลาดและภาพลักษณ์แบรนด์ (Marketing Strategy & Brand Alignment)
– กำกับดูแลทีมบริหารแบรนด์ (Brand Manager) และทีมสร้างสรรค์คอนเทนต์ เพื่อให้มั่นใจว่าการสื่อสารการตลาดแคมเปญโฆษณา และการจัดกิจกรรมพิเศษ (Brand Activations/Events) สามารถเปลี่ยนกระแสและการรับรู้ให้กลายเป็นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
– ควบคุมทิศทางการตลาด การใช้สื่อโฆษณาออนไลน์ (Performance Marketing/Paid Ads) และกลยุทธ์อินฟลูเอนเซอร์ (KOL Management) ให้คุ้มค่าและสะท้อนรสนิยมความมินิมอลลักชัวรีของแบรนด์
– ใช้ข้อมูลสถิติเชิงลึก (Data Intelligence) ในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค แนวโน้มตลาดสกินแคร์ และความเคลื่อนไหวของคู่แข่ง เพื่อนำมาปรับปรุงกลยุทธ์การขายและการตลาดให้เท่าทันสถานการณ์
4. การบริหารการเงินและพัฒนาศักยภาพทีมงาน (Financial Leadership & Team Empowerment)
– รับผิดชอบการบริหารจัดการงบกำไรขาดทุน (P&L) ของฝ่ายพาณิชย์ วางแผนและควบคุมงบประมาณการตลาดและการดำเนินงานให้เกิดผลตอบแทนสูงสุด (ROI / ROAS) และมีต้นทุนการหาลูกค้า (CAC) ที่เหมาะสม – เป็นผู้นำและสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูง (High-Performance Culture) ให้คำปรึกษา แนะนำ และประเมินผลการปฏิบัติงานของกลุ่มผู้จัดการฝ่ายต่าง ๆ (Sales, Marketing, E-commerce, Operations) โดยเชื่อมโยงKPIs ของแต่ละทีมให้ไปในทิศทางเดียวกัน
